Tuesday, July 17, 2012

แพะจำปาสัก สปป.ลาว อนาคตดี



นางส้อยไกสี  เพ็ดปะเสิด อาจารย์ประจำภาควิชาการเลี้ยงสัตว์ (งานปศุสัตว์) คณะการเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยจำปาสัก ผู้รับผิดชอบงานเกี่ยวกับการเลี้ยงแพะในโครงการแปลงสาธิตการเกษตรแบบผสมผสาน  มหาวิทยาลัยจำปาสัก สปป.ลาว ซึ่งเป็นงานภายใต้โครงการความร่วมมือทางวิชาการระหว่าง มูลนิธิชัยพัฒนา กับ มหาวิทยาลัยจำปาสัก สปป.ลาว


นางส้อยไกสี  ได้เล่าให้ผู้สื่อข่างจากประเทศไทยที่เดินทางเข้าศึกษาดูงานตามโครงการ  สื่ออาสาสืบสานพระราชดำริ จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ( สำนักงาน กปร. ) ว่าในหลักสูตรการเรียนการสอน ด้านการเกษตร

ของมหาวิทยาลัยจำปาสักจะมี 2 ระดับ คือ ระดับอนุปริญญา และระดับปริญญาตรี ในส่วนของระดับอนุปริญญาจะเรียน 3 ซึ่งปีที่ 3 จะให้นักศึกษาเข้ามาฝึกประสบการณ์ที่นี่ ส่วนระดับปริญญาตรี จะเรียน 5 ปี นักศึกษาในสาขาการเลี้ยงสัตว์ก็จะเข้ามาฝึกงานในโครงการนี้เช่นกัน โดยแต่ละครั้งจะมีนักศึกษามาฝึกงาน  30 คน ส่วนนักศึกษาที่ยังไม่ได้ฝึกงานก็ต้องรอโอกาสต่อไป ซึ่งนักศึกษาแต่ละรุ่นที่เรียนจบ และผู้ที่มีผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์ดี ได้เกรด Aก็จะมีโอกาสได้รับการพิจารณาเป็นอาจารย์สอนที่แห่งนี้ด้วย

นอกจากนักศึกษาแล้วสถานที่แห่งนี้ก็ยังเปิดให้บริการประชาชนชาวลาวโดยทั่วไปเข้ามาศึกษาเรียนรู้วิธีการเพาะเลี้ยงสัตว์อย่างถูกหลักวิชาการเพื่อนำไปเลี้ยงเองที่บ้านซึ่งมีต่อเนื่องตลอดเวลา  นอกจากนี้ยังมีหน่วยงานต่างๆ ในประเทศ สปป.ลาว เข้ามาศึกษาดูงานอีกด้วย ตลอดถึงประชาชนและหน่วยงานราชการจากประเทศไทยก็มีเดินทางเข้ามาศึกษาดูงานเป็นจำนวนไม่น้อยเช่นกัน

ส่วนการถ่ายทอดความรู้ไปสู่ประชาชนในฝั่งลาวนั้น อาจารย์ประจำภาควิชาการเลี้ยงสัตว์ บอกว่า ที่ผ่านมาเป็นไปด้วยดี  ประชาชนมีความสนใจมาเรียนรู้ และนำเอาพ่อแม่พันธุ์สัตว์จากภายในโครงการฯ เช่น หมู ไก่ เป็ด แพะไปเลี้ยงเพื่อขยายพันธุ์ และเลี้ยงเป็นจำนวนมากเพื่อการจำหน่ายสร้างรายได้ให้กับครอบครัวต่อไป ซึ่งที่โครงการได้มีการขยายพันธ์สัตว์เหล่านี้อย่างต่อเนื่องเพื่อให้เพียงพอแก่ความต้องการของเกษตรกร โดยเฉพาะการนำไปเป็นพ่อแม่พันธุ์


สำหรับการเลี้ยงแพะใน สปป.ลาวนั้น ปัจจุบันพบว่ามีศักยภาพมากและมีจุดแข็งมากพอสมควรเนื่องจากมีความต้องการบริโภคสูงทั้งในประเทศ และต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศเวียดนามซึ่งประเทศเพื่อนบ้านของ สปป.ลาว   หลายฝ่ายให้ความมั่นใจว่าในอนาคตอันใกล้นี้ เนื้อแพะ จะเข้ามาทดแทน เนื้อโค กระบือ  เนื่องจากมีความนิยมบริโภคเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว


ที่สำคัญ ณ วันนี้ยังพบด้วยว่าอัตราการเพิ่มขึ้นของการเลี้ยงแพะของเกษตรกรชาวลาวมีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง  และจำนวนแพะก็มีอัตราการเพิ่มขึ้นอย่างสูง โดยเฉพาะในเมืองทางภาคเหนือของ สปป.ลาว เช่น หลวงพระบาง หลวงน้ำทา เป็นต้น และเมื่อพื้นที่ทางตอนใต้ของ  สปป.ลาว มีสถาบันการศึกษาที่มีภาควิชาด้านนี้เป็นการเฉพาะ โอกาสของการพัฒนาในการเลี้ยงก็ย่อมที่จะดีขึ้นกว่าที่ผ่านมาอย่างแน่นอน ขณะเดียวกันการขนส่งเพื่อนำไปจำหน่ายยังประเทศเวียดนามก็สะดวกเพราะไม่ไกลมากนัก


“อยากขอขอบคุณมูลนิธิชัยพัฒนาที่ได้ให้ความร่วมมือ ให้ความช่วยเหลือแก่มหาวิทยาลัยจำปาสัก มีความรู้สึกภาคภูมิและซาบซึ้งใจที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้ช่วยเหลือ และมอบโอกาสที่ดีแก่พวกเราในการจัดตั้งโครงการแปลงสาธิตการเกษตรแบบผสมผสานมหาวิทยาลัยจำปาสัก แห่งนี้ขึ้น ข้าพเจ้าก็ขอขอบคุณ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระองค์มีบุญคุณในการให้โอกาสแก่ประชาชน ไม่ว่าจะเป็นประเทศไทยของท่านเอง หรือประเทศลาวของพวกเรา ท่านได้ให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศของเราอย่างดี” นางส้อยไกสี  เพ็ดปะเสิด กล่าว

-------------------------------------------
ที่มา : ทิศทางเกษตร เดลินิวส์ 14/7/55

No comments:

Post a Comment